สมาชิกเข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิกใหม่ | ลืมรหัสผ่าน
     Viva ultra deep Super Dose
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 17
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 466
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 3,996,350
 ปรับปรุงเว็บ 16/02/2560
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
21 พฤศจิกายน 2560
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30     
             
 Laser and equipment

Viva slim
                 การใช้ ก๊าซคาร์บอน-ไดออกไซด์ หรือ CARBOXY THERAPY ในการบำบัดเซลล์ลูไลท์และรอบแผลเป็นที่ใช้มานานกว่า 70 ปี ในประเทศฝรั่งเศษ อิตาลี จนเป็นที่แผร่หลายมาในปัจจุบันเนื่องประสิทธิภาพที่ชัดเจนและความทันสมัยของ CARBONIZE ในด้านความปลอดภัยต่อผู้รับบำบัด 

              ก๊าซคาร์บอน-ไดออกไซด์จะส่งผ่านเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนังของ วร่างกาย ในระดับที่เราจะรับรู้สึกตึง ๆ เล็กน้อย หรือไม่รู้สึกอะไรเลย เนื่องจากการใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมาก และยังมีตัวควบคุมแรงดันของก๊าซ เมื่อลงชั้นผิว จะทำให้ไม่เกิดความแรงดันมากจนเกินไป เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งมีระบบ TEMPERATURE CONTROL เพื่อให้ CO2 ที่ผ่านสู้ชั้นผิว มีระดับอุณหภูมิ เท่ากับของร่างกายเราทำให้เกิดการไหลเวียนอันเนื่องมาจากหลอดเลือดขยายตัว ได้ดีไม่เกิดอาการ เหน็บชา หรือ ปวดขณะที่ทำCO2 เข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง ส่งผลให้หลอดเลือดดำและแดงขยายตัว เส้นใยผังผืดที่ยึดระหว่าง เซลล์ไขมันจะค่อย ๆ จางหายไป และเมื่อมีการไหลเวียนของหลอดเลือดดีขึ้น ปริมาณออกซิเจนก็เพิ่มขึ้นมากตามระดับด้วย เช่นกัน การเผาผลาญของเสียออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพพร้อม ๆ กัน การเกิดขบวนการ LYPOLYSIS หรือการกระตุ้นการนำพาไขมันส่วนเกินออกไป กล่าวคือการเพิ่มของก๊าซคาร์บอน-ไดออกไซด์และออกซิเจนที่ผ่านเข้ามาทางการ ไหลเวียนที่ดีขึ้นของหลอดเลือด จะทำให้ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังถูกดึงออกมาใช้งานมีการแปรรูปเป็นพลังงานและ สลายตัวโดยทันที จากนั้นจึงขับถ่ายออกทางร่างกายทางต่อมน้ำเหลือง และระบบขับถ่ายของร่างกายเป็นการฉีดก๊าซคาร์บอน-ไดออกไซด์ในชั้นผิวหนัง ซึ่งเดิมทีใช้ร่วมกับการผ่าตัดแบบส่องกล้องเพื่อขยายพื้นที่ภายในบริเวณรอบ ๆ จุดที่จะทำการผ่าตัดเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนอวัยวะอื่นๆ แต่ด้านความสวยงาม เชื่อว่า การฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านเข็มขนาดเล็กจะกำจัดเซลล์ไขมันเฉพาะส่วน เพิ่มการไหลเวียนของเลือด แก้ไขปัญหาเซลลูไลท์และผิวลาย มีรายงานวิจัย แสดงการตรวจชิ้นเนื้อไขมันใต้ผิวหนังภายหลัง การฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พบว่าเซลล์ไขมันถูกทำลายโดยตรง และเพิ่มการไหลเวียนโลหิตมายังบริเวณที่ก๊าซแทรกซึมไปขณะรักษาจึงช่วยแก้ไข ปัญหาเซลลูไลท์และผิวแตกลายวิธีนี้ ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาว่าปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ยกเว้นหลังการฉีดจะรู้สึกอุ่น แสบและตึงๆ ผิวบริเวณชั้นไขมันใต้ผิวหนัง และควรระมัดระวังในผู้มีปัญหาโรคปอด(1) จากการสืบค้นพบข้อมูลการศึกษาที่แสดงถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากการใช้ คาร์บอกซีเทอราปี (carboxy-therapy) ดังนี้
การศึกษาเรื่อง Carbon Dioxide Therapy in the Treatment of Localized Adiposities: Clinical Study and Histopathological Correlations(2)

              ในการศึกษานี้ใช้ carbon dioxide (CO2) therapy ในการรักษาผู้หญิง 48 คน ที่มีไขมันสะสมบริเวณต้นขา หัวเข่า และ/หรือหน้าท้อง โดยใช้ เครื่องมือ คือ Carbomed Programmable Automatic Carbon Dioxide Therapy ซึ่งคาดว่าการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดการสลายของไขมัน การศึกษานี้มุ่งหมายที่จะหาผลของการรักษาและผลข้างเคียงต่อการรักษาไขมัน เฉพาะส่วน วัดผลการรักษาโดยดูการลดลงของเส้นรอบวงบริเวณดังกล่าว วัดผลของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีผลต่อการไหลเวียนของเลือดโดยดูการเปลี่ยน แปลงของสัญญาณเลเซอร์และวัดความดันของก๊าซออกซิเจน นอกจากนี้ยังทำการตัดชิ้นเนื้อของผู้หญิงจำนวน 7 คน ก่อนและหลังการรักษาเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทั้งในเนื้อเยื่อไขมันและเนื้อ เยื่อเกี่ยวพันผลการศึกษา พบผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย และทุกอาการสามารถหายไปในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งมีรายงาน ดังนี้

        พบว่ามีรอยแตกใต้ผิวหนังในผู้ป่วยทุกคน ซึ่งจะพบในชั่วโมงแรกของการรักษาเท่านั้น
        30% ของผู้ป่วยพบก้อนเลือดขังเล็กน้อย จากการฉีดยาและจะค่อยๆหายไปเองโดยไม่ทำให้เกิด
          แผลเป็น
        70% ของผู้ป่วยรู้สึกปวดบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะเกิดในระยะเวลาสั้นๆและไม่รุนแรงผลการรักษา
        พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณเลเซอร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการรักษา (บ่งชี้ว่า
          การรักษาช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณเส้นเลือดเส้นเล็ก ๆ)
        พบว่าความดันของก๊าซออกซิเจนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังการรักษา
        จากการวัดเส้นรอบวงของต้นขา หัวเข่า และหน้าท้อง ก่อนและหลังการรักษา พบว่าลดลงอย่างมี
          นัยสำคัญ
        จากการดูชิ้นเนื้อที่ตัดออกมาด้วยกล้องจุลทรรศน์ พบว่าเนื้อเยื่อไขมันแตกออกและปลดปล่อย
          triglyceride ออกมา
        พบว่าผิวหนังชั้น dermis(ชั้นหนังแท้) หนาขึ้น เมื่อได้รับการรักษา และพบว่า collagen มีการกระจาย
          ตัวมากขึ้น

              การศึกษานี้สรุปผลว่า carbon dioxide (CO2) therapy มีประสิทธิภาพในการลดไขมันเฉพาะส่วน และไม่พบว่าทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการรักษาที่รุนแรงการศึกษาเรื่อง Carbon Dioxide Therapy: Effects on Skin Irregularity and Its Use as a Complement to Liposuction (3)เนื่อง จากการรักษาด้วยวิธีการดูดไขมันคงทนอยู่ได้ไม่นานก็จะเกิดการสะสมของไขมัน ใหม่ จึงมีการนำ carbon dioxide therapy มาใช้เพื่อช่วยยืดช่วงเวลาการเกิดการสะสมของไขมันโดยทำการศึกษาในผู้ ป่วย 42 คน ที่มีไขมันสะสมบริเวณต้นขาและหัวเข่า ผู้ป่วยหญิง 24 คน อายุเฉลี่ยประมาณ 41 ปี ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่ม A และกลุ่ม B และอีก 18 คน ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม C ซึ่งอายุเฉลี่ยประมาณ 40 ปี แบ่งผู้ป่วย 42 คน เป็น 3 กลุ่ม คือ A, B และ C ซึ่งจะให้การรักษาต่างกัน ดังนี้
              กลุ่ม A : รักษาด้วยการดูดไขมัน
              กลุ่ม B : รักษาด้วยการดูดไขมันร่วมกับ carbon dioxide therapy
              กลุ่ม C : รักษาด้วย carbon dioxide therapy อย่างเดียว

วัตถุประสงค์ของการศึกษา
              เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการ รักษาด้วย carbon dioxide therapy และประเมินการรักษาประสิทธิภาพของการรักษาด้วยวิธีการดูดไขมันร่วมกับ carbon dioxide therapy โดยดูผลการเปลี่ยนแปลงของเส้นรอบวงอวัยวะดังกล่าวและความยืดหยุ่นของผิวหนังการศึกษานี้สรุปผลว่า carbon dioxide therapy ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนังและลดไขมันที่สะสม โดยพบว่าเมื่อรักษาด้วยวิธีการดูดไขมันช่วยลดขนาดของเส้นรอบวงของต้นขาและ หัวเข่าได้มากกว่าการรักษาด้วยวิธีการดูดไขมันร่วมกับ carbon dioxide therapy แต่เหตุผลที่ใช้ carbon dioxide therapy เนื่องจากช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการดูดไขมันได้ดี ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าความยืดหยุ่นของผิวหนังในกลุ่มที่รักษาด้วยวิธีการดูด ไขมันร่วมกับ carbon dioxide therapy จะมีค่ามากกว่ากลุ่มที่รักษาด้วยวิธีการดูดไขมันอย่างเดียว และจากการศึกษายังไม่พบผลข้างเคียงที่สัมพันธ์กับการใช้ carbon dioxide therapy จึงสรุปว่าสามารถใช้ carbon dioxide therapy ได้อย่างปลอดภัย 

             จากการศึกษาทั้งหมดที่กล่าวมา สรุปได้ว่า การรักษาไขมันเฉพาะส่วนด้วยวิธี carbon dioxide (CO2) therapy มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง อาจต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มประชากรที่มากกว่านี้และติดตามถึงผลที่ อาจเกิดขึ้นในระยะยาวหลังการรักษาเพื่อเพิ่มความมั่นใจต่อการรักษาต่อไปใน อนาคต


                  อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยสลายไขมันนี้สามารถคงทนอยู่ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการดำรงชีวิต หากมีการออกกำลังกาย และควบคุมอาหารร่วมจะช่วยให้เซลลูไลท์ก่อตัวช้าขึ้น นอกจากนี้การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีเพื่อลดเซลลูไลท์ ควรได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ประจำสถาบันต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์หรือวิธีการที่มีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะผู้ที่มีน้ำหนักมากหรือมีโรคประจำตัวบางประเภทอาจไม่เหมาะสมกับบางวิธี หรือบางคนอาจต้องใช้หลาย ๆ วิธีประกอบกัน
 
วิธีการรักษา 
          แพทย์จะปล่อยแก๊ซคาร์บอกซี่ผ่านเข็มขนาดเล็ก (เบอร์ 30 เข็มที่เล็กที่สุด) เข้าชั้นไขมันเซลล์ลูไลท์ ปริมาณแก๊ซขึ้นกับพิจารณาของแพทย์ หลังจากนั้นแก๊ซจะทำงานเผาผลาญขจัดชั้นไขมันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาอย่างต่อเนื่อง 2-3 วัน 
          
หลังจากนั้นทำซ้ำทุก ๆ 3-4 วันเพื่อให้เห็นผลชัดเจนควรควบคุมอาหาร และออกกำลังกายเบาๆควบคู่กันไป

ค่าใช้จ่าย เริ่มต้นครั้งละ
500 บาท


Engine by MAKEWEBEASY